เปิดชื่อ 5 ประเทศ "หลงตัวเองที่สุด" อันดับ 1 คนนึกไม่ถึง แล้วไทยติดไหม?

ผลวิจัยช็อกโลก! เปิดชื่อประเทศ “หลงตัวเอง” มากที่สุด คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง ไทยติดอันดับไหม?
เมื่อพูดถึงประเทศที่ถูกมองว่า “หลงตัวเอง” หลายคนอาจนึกถึงสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับแรก จากภาพจำเรื่องวัฒนธรรมการแสดงตัวตนและความมั่นใจแบบสุดขั้ว แต่ผลการศึกษาทางจิตวิทยาระดับนานาชาติครั้งใหม่กลับหักมุมความเชื่อนี้แบบหมดจด เพราะประเทศที่ถูกจัดว่า “มีระดับความหลงตัวเองสูงที่สุดในโลก” ไม่ใช่อเมริกาอย่างที่หลายคนคิด
งานวิจัยดังกล่าวจัดทำโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท สหรัฐอเมริกา สำรวจผู้คนกว่า 45,000 คนจาก 53 ประเทศทั่วโลก เพื่อศึกษาว่าวัฒนธรรม อายุ เพศ และสถานะทางสังคม ส่งผลต่อระดับ “ความหลงตัวเอง” หรือ Narcissism อย่างไร โดยผลการศึกษาถูกเผยแพร่ผ่านวารสารด้านจิตวิทยา Self and Identity และได้รับความสนใจจากหลายสื่อดังต่างประเทศ รวมถึง BBC Science Focus Magazine

เยอรมนี ครองอันดับ 1 ประเทศหลงตัวเองสูงที่สุด
ผลลัพธ์ที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิจัยและผู้ติดตามจำนวนมาก คือ “เยอรมนี” กลับขึ้นอันดับ 1 ประเทศที่มีระดับความหลงตัวเองสูงที่สุดในโลก ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่เพียงอันดับ 16 เท่านั้น
5 อันดับประเทศที่มีระดับความหลงตัวเองสูงที่สุด ได้แก่
- เยอรมนี
- อิรัก
- จีน
- เนปาล
- เกาหลีใต้
ส่วนประเทศที่มีระดับความหลงตัวเองต่ำที่สุด ได้แก่
- เซอร์เบีย
- ไอร์แลนด์
- สหราชอาณาจักร
- เนเธอร์แลนด์
- เดนมาร์ก
สำหรับประเทศไทย งานวิจัยฉบับนี้ไม่ได้เปิดเผยว่าไทยติดอันดับใดในตารางโลก ทำให้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าไทยอยู่ในกลุ่มระดับสูงหรือต่ำ
นักวิจัยชี้ “วัฒนธรรมรวมกลุ่ม” อาจหลงตัวเองได้ไม่แพ้กัน
วิลเลียม โชปิก นักจิตวิทยาบุคลิกภาพจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท หนึ่งในหัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า เดิมทีทีมงานคาดการณ์ว่าประเทศที่มี “วัฒนธรรมแบบรวมกลุ่ม” ซึ่งเน้นความสามัคคีและลำดับทางสังคม จะมีระดับความหลงตัวเองต่ำกว่าโลกตะวันตก แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม
นักวิจัยมองว่า สังคมที่ให้ความสำคัญกับสถานะ การยอมรับจากคนรอบข้าง และการแข่งขันทางสังคม อาจผลักดันให้คนจำนวนหนึ่งพัฒนาลักษณะนิสัยแบบหลงตัวเองมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ความหลงตัวเองมีอยู่ในทุกประเทศ” โชปิกอธิบาย พร้อมย้ำว่าไม่สามารถเหมารวมได้ว่า “โลกตะวันตก = หลงตัวเอง” หรือ “โลกตะวันออก = ถ่อมตัว” เพราะทุกสังคมต่างมีทั้งคนที่มั่นใจสูงและคนที่อ่อนน้อมอยู่ร่วมกัน
โดย ประเทศไทย ยังไม่มีงานวิจัยระดับโลกที่จัดอันดับอย่างเป็นทางการว่า “ประเทศไทยอยู่อันดับเท่าไหร่” ในเรื่องความหลงตัวเอง (Narcissism) แบบชัดเจน จึงยังไม่ถูกจัดในอันดับเหล่านี้ เพราะไม่มีดัชนีชี้วัดเหมือนประเทศที่ติดอันดับ
ความหลงตัวเอง มีทั้งด้านชื่นชมตัวเอง และแข่งขันกับคนอื่น
งานวิจัยยังแบ่ง “ความหลงตัวเอง” ออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
- ความหลงตัวเองแบบชื่นชม (Admiration) คือ คนที่ชอบได้รับความสนใจ มั่นใจในตัวเองสูง ชอบพูดถึงความสำเร็จ และต้องการการยอมรับจากสังคม
- ความหลงตัวเองแบบแข่งขัน (Rivalry) คือ ลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความเป็นปรปักษ์ การเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น และมีแนวโน้มดูถูกคนอื่นเพื่อยกระดับตัวเอง
ในการจัดอันดับด้าน “ชื่นชมตัวเอง” ประเทศที่โดดเด่น ได้แก่ ไนจีเรีย อิรัก จีน เนปาล และตุรกี ส่วนกลุ่ม “แข่งขันสูง” ได้แก่ เยอรมนี เกาหลีใต้ เนปาล อิรัก และโรมาเนีย
คนอายุน้อยและผู้ชาย มีแนวโน้มหลงตัวเองมากกว่า
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนอายุน้อยมีแนวโน้มแสดงลักษณะหลงตัวเองมากกว่าคนอายุมาก โดยนักวิจัยมองว่าเป็นผลจากช่วงวัยที่ต้องสร้างตัวตน แข่งขัน และแสวงหาการยอมรับในสังคม
นอกจากนี้ ผู้ชายยังมีคะแนนความหลงตัวเองเฉลี่ยสูงกว่าผู้หญิงอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับค่านิยมทางสังคมที่ปลูกฝังเรื่องการแข่งขัน ความเป็นผู้นำ และการกล้าแสดงออกมาตั้งแต่อดีต
ขณะเดียวกัน คนที่มองว่าตัวเองมีสถานะทางสังคมสูง รายได้ดี หรือได้รับการยอมรับมาก มักมีแนวโน้มแสดงความหลงตัวเองมากขึ้นเช่นกัน
หลงตัวเอง ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเสมอไป
ทีมวิจัยย้ำว่า “ความหลงตัวเอง” ไม่ใช่โรคทางจิตโดยอัตโนมัติ เพราะในทางจิตวิทยา ถือเป็นลักษณะบุคลิกภาพที่มีได้ในระดับหนึ่ง
ความมั่นใจในตัวเองหรือการเห็นคุณค่าตัวเองในระดับเหมาะสม อาจช่วยให้คนประสบความสำเร็จและกล้าเผชิญการแข่งขันในสังคม แต่หากมากเกินไปจนขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ ก็อาจพัฒนาไปสู่ “โรคบุคลิกภาพหลงตัวเอง” หรือ Narcissistic Personality Disorder (NPD) ได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี